ที่ตั้งหัวเรื่องแบบนี้ขึ้นมา เพราะหมอเพิ่งดูหนังเรื่อง สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารักจบ ก็ถือว่าได้ฤกษ์พอดีสำหรับการเริ่มต้นปีใหม่ 2555 ด้วยคำว่ารัก หรือ “ลัก” ที่เป็นคำพ้องเสียง แต่คำว่าลักในที่นี้ไม่ใช่ลักขโมย แต่เป็น ลักยิ้ม เพราะเมื่อเอ่ยถึงคำว่า ลักยิ้ม หลายคนก็อาจจะนึกถึง ดาราที่มีแก้มบุ๋มเวลายิ้ม ดูน่ารักจนอยากจะมีบ้าง ซึ่งหลายคนมีลักยิ้มมาตั้งแต่กำเนิด หรือมีตอนแก้มเริ่มตอบ แต่อีกหลายคนก็ไขว่คว้าจนมีลักยิ้มมาประดับบนแก้ม
ก่อนอื่น ผู้ที่ต้องการทำลักยิ้มควรตั้งคำถามว่า
หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาแล้ว ชี้ตำแหน่งบนแก้ม แล้วบอกว่า จะเอาลักยิ้มตรงนี้ ซึ่งก็หลายครั้งหมอก็บอกกับคนไข้ไปว่า ตรงนั้นมันสูงไป ตรงนั้นมันต่ำไป ตรงนั้นมันใกล้ไป ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการเขียนบทความนี้เพื่อเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับลักยิ้มว่าตำแหน่งของลักยิ้มจริงๆควรอยู่ตรงไหนกันแน่
ตำแหน่งของลักยิ้มที่ถูกต้อง ควรอยู่ที่จุดตัดของเส้นสมมุติที่ลากจากปลายหางตา มาตัดกับเส้นสมมุติที่ลากมาจากมุมปาก ดังรูป

ลักยิ้มธรรมชาตินั้น จริงๆแล้ว ลักยิ้มคือ รอยบุ๋มของผิวหนังที่แก้ม ( Cheek dimple ) ซึ่งเกิดจาก เส้นใยของกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ยกมุมปากไปทางด้านข้าง + เฉียงขึ้นด้านบน (Bifid- Zygomaticus Major ) ไปยึดเกาะกับผิวหนังบริเวณมุมปากที่ชั้นผิวหนังที่เรียกว่า Dermis ทำให้เกิดการบุ๋มของผิวหนังเกิดขึ้นเมื่อเวลายิ้ม

เมื่อเราทราบแล้วว่ามันเกิดจาก เส้นใยของกล้ามเนื้อ ไปยึดกับผิวหนัง ฉะนั้นจึงไปเป็นได้ในการที่แพทย์สามารถสร้างกระบวนการเลียนแบบธรรมชาติ โดยการสร้าง เส้นใยเทียม ( ผังผืด ) ไปเชื่อมต่อกล้ามเนื้อ zygomaticus Major กับผิวหนังชั้น Dermis ด้วยวิธีง่ายๆ โดยการผ่าตัดเข้าไปในกระพุ้งแก้มด้านในปาก แล้วทำการเชื่อมต่อกล้ามเนื้อกับผิวหนังกำพร้าในตำแหน่งที่ต้องการทำให้เกิดลักยิ้ม
ซึ่งลักยิ้มที่เกิดขึ้นนั้น จะทำให้ผิวหนังบริเวณแก้มบุ๋ม อยู่ตลอดเวลาทั้ง ในเวลายิ้มหรือไม่ยิ้มในช่วง 1 -2 เดือนแรกหลังทำ หลังจากนั้นจะเห็นรอยบุ๋มเฉพาะตอนยิ้ม ตอนไม่ยิ้มไม่เห็น
อันนี้หมอขอ ออกตัวเลยนะครับว่า ไม่ได้ชี้นำว่าควรทำข้างไหนจะดีกว่ากัน แต่จะนำสถิติที่ทำลักยิ้มให้กับคนไข้มาฝากคือ คนไข้ส่วนใหญ่ชอบทำลักยิ้มข้างเดียว และมักเป็นข้างขวา พอถามว่าทำไมต้องข้างขวา คำตอบจากส่วนใหญ่จะพูดเหมือนกันว่า “มันเก๋ดี”