ศัลยกรรมความงามที่เป็นเรื่องธรรมดา


ทุกวันนี้การทำศัลยกรรมเพื่อเสริมเติมแต่งความงามได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายแล้วนะคะ ไม่เหมือนในสมัยก่อนที่สาวๆ คนไหนไปทำมาต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ เพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าไปทำโน่นเติมนี่มา จนจะพูดได้เลยว่าการทำศัลยกรรมความงาม ไม่ว่าจะเป็นการเสริมจมูก ทำตาสองชั้น ดึงหน้า หรือเสริมหน้าอก กลายเป็นเรื่องที่ง่ายไปซะแล้วก็คงไม่ผิด แต่รู้ไหมคะว่า ถึงแม้การทำศัลยกรรมจะช่วยเปลี่ยนและเสริมสร้างรูปลักษณ์ของเราให้ดีอย่างใจฝันได้มากแค่ไหน มันก็มีผลกระทบในระยะสั้นและยาวกับตัวเราเองเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ใครบ้างละคะที่ไม่อยากสวย ไม่อยากดูดี จริงไหม ดังนั้นถ้าเริ่มต้นคิดอยากสวยด้วยมือแพทย์ขึ้นมาเมื่อไหร่ สาวๆทุกคนก็ควรที่จะมานั่งสำรวจตัวเองกันดูก่อนว่า มีความพร้อมที่จะทำมากแค่ไหน กับเงื่อนไข 4 ข้อต่อไปนี้ที่คุณต้องตัดสินใจยอมรับในการทำศัลยกรรมความงามค่ะ


ข้อจำกัดของอายุ


ศัลยกรรมความงามกับข้อจำกัดทางอายุ

ภาพจาก corbisimages.com



ต้องยอมรับกันก่อนเลยว่า การทำศัลยกรรมไม่อาจช่วยเนรมิตได้ทุกอย่างจริงๆ ค่ะ โดยเฉพาะเรื่องของ “อายุ” ถ้าช่วงอายุของคุณเดินไปใกล้วัยทองเข้าทุกที แต่อยากดูดีเหมือนเด็กอายุ 20 ต้นๆ การทำศัลยกรรมไม่ใช่คำตอบนะคะ นั่นคือการตั้งความคาดหวังไว้เกินจริงมากๆ จนหมอไม่อาจทำให้คุณ แต่ถ้าหมอคนไหนพูดว่าทำได้ จำไว้เลยว่าเขาโกหกเพราะอยากได้คุณไปเป็นลูกค้าแน่นอน ทำใจยอมรับกับสภาพที่จะออกมาหลังการผ่าตัดไว้ด้วยนะคะ


อารมณ์ ณ ช่วงเวลานั้น

ถึงการทำศัลยกรรมจะช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ สิ่งของคุณให้ดูดีขึ้นได้ก็จริง แต่อารมณ์ระหว่างการตัดสินใจทำก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ อย่าตัดสินใจด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบ ว่าอยากทำศัลยกรรมเพราะคุณอยากดูดีเนื่องจากพึ่งเลิกกับแฟน อยากทำเพราะพึ่งเปลี่ยนงานใหม่ เลยอยากดูดีเพื่อให้เข้ากับสังคมใหม่ๆได้ หรือกำลังอยู่ในอาการโศกเศร้าอยากเปลี่ยนชีวิตตัวเอง นั่นคือการตัดสินใจเดินหน้าทำ เพราะต้องการตอบโต้เหตุการณ์สำคัญที่เกิดกับชีวิต โดยไม่ได้คิดถึงผลข้างเคียงที่จะตามมาเลยค่ะ คุณต้องรู้ก่อนว่า สิ่งที่คุณกำลังจะทำนั้นถึงมันจะทำให้คุณเปลี่ยนแปลงได้ดั่งใจก็จริง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด ด้วยเงินทองที่ต้องเสียไป ต้องเสียเวลาในการพักฟื้นจากอาการแสบบวมแดงหลังการผ่าตัด ไม่ใช่ว่าผ่าเสร็จปุ๊ปจะสวยปั๊ปจริงไหมคะ ยังไงก็ต้องตัดสินใจให้ดีๆ


อาจไม่สวยดั่งฝันเสมอไป แต่ยังไงก็ดูดี

เวลาส่องกระจกคุณมองเห็นหน้าตาตัวเองเป็นอย่างไรกันบ้าง? มีแต่จุดด้อยเต็มไปหมด หรือดูดีแต่ต้องอาศัยการเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย เคยได้ยินไหมคะว่า โครงหน้าของคนแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ถึงจะเอเซียเหมือนกันก็เถอะ อย่างที่ประเทศเกาหลีที่เห็นทำศัลยกรรมออกมาแล้วสวยดูดีกันทุกคน แต่บ้านเราไม่ทำจะดีกว่าก็มี นั่นอาจเป็นเพราะโครงหน้าของเขาเหมาะกับการทำศัลยกรรมจริงๆ ก็ได้ หรือไม่ก่อนทำก็มีเค้าโครงความสวย ความน่ารักอยู่แล้ว ถ้าคุณส่องกระจกแล้วเห็นแต่จุดด้อยบนหน้าของตัวเองเพียงอย่างเดียว การทำศัลยกรรมอาจไม่ทำให้คุณสวยเหมือนนางงามได้ภายในชั่วข้ามคืนนะคะ เพราะถ้าคิดแบบนี้มีโอกาสผิดหวังอยู่มาก แต่ปัญหานี้ก็ยังพอแก้ได้นะคะ ด้วยนวัตกรรมใหม่อย่าง กล้องสามมิติ Virtual 3D Scan ที่ BB Clinic สถาบันเสริมความงามตามแบบฉบับเกาหลีที่สามารถ สแกนใบหน้า และจำลองภาพเสมือนจริงหลังทำศัลยกรรม ซึ่งมีอัตราความเหมือนอยู่ที่ 90% เลยนะคะ เจ้าเครื่องนี้จะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจได้ดีมากทีเดียว ถ้าเห็นแล้วไม่ชอบจะเปลี่ยนใจไม่ทำก็ได้ ไม่มีอะไรเสียหาย ดีกว่าพลาดทำไปแล้วต้องมากลุ้มใจทีหลังค่ะ


สุขภาพก่อน-หลังการทำศัลยกรรมความงามก็เป็นสิ่งสำคัญ

ศัลยกรรมความงามเหมาะกับคนที่มีสุขภาพแข็งแรง


ก่อนทำศัลยกรรมอย่าลืมปรึกษาแพทย์ หรือตรวจเช็คร่างกายให้ดีก่อนนะคะ ว่าช่วงนี้ฟิตพอที่รับการผ่าตัดได้รึเปล่า ถ้าไม่อย่าคิดฝืนทำเด็ดขาด ถ้าอยากทำศัลยกรรม สิ่งที่จำเป็นต้องปฎิบัติอย่างเคร่งครัดก็คือการออกกำลังกายค่ะ รวมถึงต้องดูแลผิวพรรณอย่างจริงจังด้วยในกรณีที่ผ่านการทำศัลยกรรมมาแล้ว เพราะการทำศัลยกรรม ไม่ได้ทำให้คุณดูสวยขึ้นเป็นอมตะอยู่ตลอดยังไงก็ต้องมีเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ไม่ดีเหรอค่ะ ถ้าคุณมีพร้อมทั้งรูปร่างหน้าตาที่สวยงามและสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ตลอดเวลา ยิ่งถ้าคุณอายุมากแล้วก็ยิ่งต้องดูแลรักษาร่างกายให้มากกว่าปกติ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ ทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่าเครียด สิ่งเหล่านี้จะช่วยชะลอระยะเวลาของสังขารตามธรรมชาติที่จะมาเยือนคุณอีกครั้งให้ช้าลงอีกเยอะเลยคะ


เป็นยังไงบ้างคะกับเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อนี้ ถ้าคุณอ่านครบทุกข้อแล้วพบว่าทุกอย่างพร้อม อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองจริงๆ ก็เริ่มได้เลยค่ะ แต่อย่าลืมเลือกสถาบันเสริมความงามที่มีชื่อเสียงไว้วางใจได้นะคะ จะได้ช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าสิ่งที่กำลังตัดสินใจทำอยู่ตอนนี้ต้องออกมาดีอย่างแน่นอนค่ะ


read more


ด้วยความที่ผมเป็น หมอศัลยกรรมตกแต่ง เมื่อมีคนไข้ต้องการดึงหน้า ผมมักคิดในใจเสมอว่า งานเข้าซะแล้ว เพราะอะไรนั่นเหรอครับ ก็เพราะการผ่าตัดดึงหน้า แล้วทำให้เกิดความพึงพอใจ ทั้งผู้ป่วยและตัวหมอเองเป็นเรื่องยาก สาเหตุมาจาก การผ่าตัดดึงหน้า ไม่สามารถแก้ไขในสิ่งที่คนไข้ต้องการได้จริงๆ นะซิครับ


ก่อนอื่น ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ทำไมใบหน้าเราถึงได้ แก่ หรือ ดูมีอายุ ซึ่งผมจะไล่เป็น ข้อๆจากหน้าผากถึงคาง โดยจะแบ่งเป็น เรื่องของ เนื้อเยื่อที่หย่อนยาน กับ การเกิดรอยย่น


สาเหตุที่ทำให้คนดูหน้าแก่มีรอยย่น


ภาพก่อนหลังการดึงหน้า


เมื่อเราดูจากรูปด้านบนทำให้เราทราบแล้วว่า ทำไมเราถึงดูแก่ ต่อไปเราก็มาหาวิธีการแก้ไขกันเถอะ คิดง่ายๆว่า ถ้าเราต้องการแก้ไขทั้งหมด 8 ข้อดังกล่าว หมอบอกได้คำเดียวว่า  จะแก้ไขด้วยการผ่าตัดอย่างเดียวนั้นเป็นไปไม่ได้
การผ่าตัดดึงหน้านั้น เหมาะสำหรับ คนที่มีหน้าผากย่น หัวคิ้วย่น  หนังตาตก ถุงใต้ตา และ เนื้อเยื่อข้างแก้มหย่อนมากๆเท่านั้นเอง นอกนั้นจะถือว่าได้ไม่คุ้มเสีย และที่สำคัญ การผ่าตัดดึงหน้านั้นเหมาะกับคนไข้ที่ อายุ 40 ปลายๆ จนถึง 50 ปลายๆเท่านั้นเอง  เพราะ ถ้าอายุมากกว่านี้ การทำการผ่าตัดไปอาจไม่ช่วยอะไรได้มาก เนื่องจากเนื้อเยื่อส่วนใหญ่เริ่ม ผ่อลีบแล้ว ทำการผ่าตัดไปอาจ เหมือนเดิม หรือดีขึ้นเล็กน้อย
แล้วถ้าอายุไม่ถึง เช่น วัย 35- 45 ละ ควรทำยังไง? ในเมื่อเริ่มสังเกตว่า เราแก่ขึ้น แต่ในเมื่อผ่าตัดก็ไม่คุ้ม แถมบางครั้ง หน้าตาเราก้ยังไม่ได้ย่นเหมือน 8 ข้อดังกล่าวข้างต้นด้วย


ก่อนขึ้นหมอก็ขอออกตัวก่อนว่า หมอเองก็มีอายุอยู่ในช่วงดังกล่าว แต่ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยคิดจะทำหน้า ไม่เคยคิดว่าอยากจะทำอะไรกับหน้าตัวเองเลย แม้ว่าตัวเองเป็นหมอผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งก็ตาม คิดอยู่เสมอว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็น เรื่องธรรมชาติ แถมอีกหน่อยคือ เมื่อคนเราอยู่ใต้แรงดึงดูดของโลก ย่อมเหี่ยวย่นเป็นธรรมดา


จนเมื่อไม่นานมานี้ ทาง BB Clinic ได้นำเครื่องมือใหม่มา ชื่อ Regen Tripolar ( จริงๆ ก็คือ เครื่อง RF – Radio frequency generation ที่ 3  ) ซึ่งหมอเองก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเท่าไร เพราะคิดในใจเสมอว่า เครื่องมือหลอกเด็กจะมาสู้ มีดหมอได้ยังงัย ??   ถามเด็กในร้านว่าคนไข้ทำแล้วเป็นงัย เด็กๆก็บอกว่า คนไข้ชอบ  ไม่เจ็บ แต่ร้อนนิดๆ แตได้ผลดี  หมอก็บอกว่า หรอ? จนบ่อยเข้า คนไข้ก็มาทำกันมากขึ้น  หมอก็เลยคิดในใจว่า  “ น่าสนดีนะ เพราะไม่เจ็บด้วย  แต่ว่าเราก็หน้าตาไม่มีรอยย่นเลยนะ ไม่เป็นไรทำเล่นๆก็ได้ “ ผลปรากฏว่า   WOW! ไม่แน่ใจว่า รู้สึกไปเองหรือเปล่า รู้สึกว่า หน้าตาเราดูดีขึ้นนะ ไม่ใช่ว่าดูตึงแต่ ว่าดูดีขึ้น แม้ว่าเพิ่งทำไปครั้งเดียวเอง


กล้ามเนื้อบนใบหน้าที่ใช้แสดงออกทางสีหน้า
ภาพจาก MedicalLook.com


ผมก็เลยกลับมานั้งคิดว่า ทำไม? ก็เลยนึกถึง สมบัติ เมธนี พระเอกตลอดกาลว่า เค้าเข้า Fitness เล่นกล้ามตลอด ทำให้ถึงแม้อายุ 70 แล้วแต่ก็ยังหุ่นดีดูฟิต แข็งแรงกว่าคนทั่วไปในวัยเดียวกัน ซึ่งบนใบหน้าเราเองก็มีกล้ามเนื้อเหมือนร่างกาย มีไว้สำหรับการแสดงสีหน้า ( Facial Expression ) ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 14 คู่ 34 มัด    ถ้าใบหน้าได้ออกกำลังกายซะบ้าง เหมือนกล้ามแขนของพระเอกตลอดกาลของเรา ก็สามารถทำให้ใบหน้าดูกระชับได้เหมือนกัน ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้นึกถึง การออกกำลังกายใบหน้าด้วยการหัวเราะ หรือ การทำโยคะใบหน้า ที่เป็นเคล็ดไม่ลับของการทำให้หน้าเต่งตึงอ่อนกว่าวัย และดูแจ่มใสอยู่เสมอ


การแสดงออกทางสีหน้าและใบหน้า


เมื่อเอาเหตุผล และทฤษฎีทางกายภาพเบื้องต้นมาบวกลบรวมกันแบบวิทยาศาสตร์ ก็เลยได้คำตอบว่า การยกกระชับหน้าด้วย เครื่องมือทางการแพทย์ เช่นการส่งคลื่นเสียง ( RF และ Utrasonic ) ไปยังกล้ามเนื้อใบหน้า ก็สามารถช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าได้ออกกำลังได้เช่นเดียวกัน ซึ่งผลที่ได้ ก็คงเหมือนคนออกกำลังกายบ่อยๆแล้วมีกล้ามเนื้อที่ดูฟิตกระชับ ดูแข็งแร็งทั้งจากภายในภายนอกเหมือนกัน



read more


ใครที่เคยคิดว่ามีแต่อาชีพ ดารา  นักร้อง นางงาม นางแบบ หรือคนในวงการบันเทิง ที่ต้องใช้หน้าตาเป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพเท่านั้น ถึงจะนิยมทำศัลยกรรมเสริมความงามกัน ต้องขอให้เปลี่ยนความคิดของคุณเสียใหม่ได้เลยค่ะ เพราะตอนนี้กระแสนิยมการทำศัลยกรรมเสริมความงาม สร้างความมั่นใจ กำลังแพร่หลายไปในทุกวงการและในทุกสังคมด้วย โดยเฉพาะช่วง3 -4 ปีหลังที่กระแสเทรนด์เกาหลีเข้ามามีบทบาทมากๆ ในสื่อทุกสื่อของบ้านเรา ทำให้เด็กวัยรุ่นที่ยึดเอาดารานักร้องเกาหลีเป็น idol ร่ำร้องอยากจะสวยใสสไตล์เกาหลีกันเป็นแถว คนที่พอมีฐานะหน่อยถึงขั้นลงทุนบินไปทำถึงแดนกิมจิเลยก็มีนะคะ


ภาพก่อนหลังทำศัลยกรรม ดาราเกาหลี


จากแนวโน้มในอดีตที่เคยมีแต่กลุ่มคนในแวดวงบันเทิงรวมถึงเหล่าสาวๆประเภทสองเท่านั้นที่นิยมทำศัลยกรรมกัน มาทุกวันนี้ไม่ใช่อีกต่อไป เพราะความนิยมในการทำศัลยกรรมได้แพร่หลายเข้าไปสู่กลุ่มสาวทำงาน หลายคนตั้งหน้าตั้งตาเก็บเงิน เพราะมีเป้าหมายในการทำศัลยกรรมแบบ Full Option ทั้งการทำตาสองชั้น เสริมจมูก ทำหน้าอก ฯลฯ ทุกอย่างที่ทำแล้วช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพ พวกเธอทำหมด ปลายปีโบนัสออกหมดไปกับการทำศัลยกรรมหมดเลยก็มี บางคนทำแล้วก็ดูดีขึ้นแบบผิดหูผิดตา บางคนก็ดูดีขึ้นเล็กน้อย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของแพทย์ และสถาบันเสริมความงามที่เลือกว่ามีคุณภาพมากแค่ไหน ไปเจอสถาบันเสริมความงาม ที่เน้นราคาถูกแต่คุณภาพประเมินไม่ได้ หลอกให้ทำอย่างเดียว ก็แย่เหมือนกันจริงไหมล่ะ


ไม่เฉพาะแต่สาวออฟฟิศเท่านั้นที่อยากทำศัลยกรรม ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ แม้แต่ในกลุ่มสาวๆ วัยรุ่นที่อายุต่ำกว่า 20 ตอนนี้ก็เริ่มหาช่องทางในการทำศัลยกรรมกันแล้ว โดยส่วนใหญ่จะเริ่มจากการค้นคว้าหาข้อมูลจากทาง Internet รู้หมดว่าทำแบบไหน ทำที่ไหนดียังไง โดยเฉพาะเรื่องของการทำจมูก จมูกทรงไหนจะเข้ากับรูปหน้าแบบใด มีกี่ทรง แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคงหนีไม่พ้นจมูกทรงเกาหลี พิมพ์เดียวกับดารานักร้องที่เป็นขวัญใจนั่นเอง ถอดแบบกันออกมาเป๊ะ เพราะส่วนมากจะตัดภาพจากนิตยสาร หรือไม่ก็ปริ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปให้คุณหมอดูเลยว่าอยากได้จมูกแบบไหน อยากได้ตาแบบไหน ง่ายมากๆ


ไอดอลเกาหลี กับการทำศัลยกรรมความงาม


สาเหตุที่การศัลยกรรมแบบเกาหลีฮิตติดลมบนขนาดนี้ นอกจากจะมาจากเทรนด์ของดารานักร้องแล้ว ส่วนหนึ่งเกิดจากค่านิยมใหม่ ที่ก็ไม่ได้ถือว่าแปลกอะไรในยุคปัจจุบัน อย่างถ้าเป็นบ้านเราในครอบครัวที่มีฐานะดีหน่อย ในวันที่ลูกรับปริญญาพ่อแม่อาจจะให้ของขวัญลูกเป็นรถซักคันเอาไว้ขับไปทำงาน แต่ถ้าเป็นที่เกาหลี บางครอบครัวจะให้ของขวัญในวันที่ลูกเรียนจบด้วยการพาไปทำศัลยกรรมเลยด้วยซ้ำ เพื่อสร้างบุคลิกภาพของลูก สร้างความมั่นใจในการออกไปทำงานในสังคม หน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่งจริงไหม! แถมการทำศัลยกรรมแบบเกาหลีจะเน้นความเป็นธรรมชาติ บางคนเดินผ่านมองดูตาเปล่าไม่รู้เลยว่าผ่านการทำศัลยกรรมมาแล้ว นั่นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การศัลยกรรมสไตล์กิมจิได้รับความนิยมไปทั่วเอเซีย


สุดท้ายอยากบอกไว้เลยว่า การทำศัลยกรรมไม่ได้เป็นอันตรายอย่างที่คิด ถ้าได้ทำกับคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญ มีความชำนาญเฉพาะทางโดยตรง รวมถึงใช้อุปกรณ์อย่างถูกต้อง เช่นการใช้ซิลิโคน ต้องเป็นซิลิโคนแบบเพียวริไฟล์เท่านั้น ใช้เวลาพักฟื้นหลังการผ่าตัดแค่อาทิตย์เดียวก็ออกทำงาน ออกไปเดินช็อปปิ้งได้อย่างสบายๆ ถ้าคุณหมอไม่ได้เอาซิลิโคนปลอม หรือซิลิโคนที่ไม่ได้ใช้ในทางแพทย์มาใส่ให้ ยังไงสิ่งที่ทำไปก็ต้องออกมาได้ผลอย่างที่เราต้องการแน่นอน แต่ยังไงถ้าอยากทำศัลยกรรมจริงๆ ตัดสินใจจะทำจริงๆ แล้วละก็ อยากให้ศึกษาข้อมูลให้ดีถึงผลที่จะตามมาก่อนนะคะ ว่ามีผลดีผลเสียกับตัวเราอย่างไร เพราะยังไงก็ต้องจำไว้นิดนึงว่า “การทำศัลยกรรม ไม่ใช่การเสริมสวย” ยังไงก็ต้องมีความเสี่ยงในตัวเอง อาจจะไม่ได้ผลอย่างที่เราต้องการในตอนแรกก็ได้


เอ…..อ่านมาถึงตอนนี้ ชักอยากรู้แล้วล่ะคะว่า เพื่อนๆ สนใจอยากจะทำ “ศัลยกรรม” กันบ้างรึเปล่า?




read more


ตอนนี้ Trend เกาหลีมาแรง อะไร อะไร ก็ขอให้เป็นเกาหลี รับรองขายได้จริงๆ ขนาดช่อง 3 ถึงขนาดเอาซีรี่ส์ แดจังกึม มาฉายใหม่ แต่ rating ก็ยังดีไม่มีตก ผมเองก็เป็นคนนึ่งที่ ติดหนังเรื่องนี้ ถึงขนาดว่า บางครั้งแทบจะอยากผ่าตัดไปดูละครไปเลยทีเดียว


เมื่อหันมาดูด้านเกี่ยวกับศัลยกรรมความงามบ้าง ก็พบว่า คนไข้ส่วนใหญ่อยากทำศัลยกรรมแบบเกาหลีด้วยเหมือนกัน ตั้งแต่ ทำตาสองชั้น เกาหลี เสริมจมูกเกาหลี เสริมคางเกาหลี หน้าเรียวเกาหลี botox เกาหลี หรือแม้กระทั้ง เสริมหน้าอกเกาหลี อันสุดท้ายเนี่ย ทำให้ผมถึงกับงง แล้ว ถามคนไข้กลับไปว่า “ไปดูมาจากไหนหรอ หน้าอกเกาหลี ?” คนไข้ตอบกลับมาว่า “อ้าวเห็นเป็น คลินิกศัลยกรรมเกาหลี เลยคิดว่ามี”


กลับมาพูดถึงหัวข้อเรื่อง ตาสองชั้น (ของฉัน) จะเอางัยดี ? หลายครั้งที่คนไข้มาขอผ่าตัดตาแบบเกาหลี แต่หมอหลายคนบอกว่าทำไม่ได้ แล้วอธิบายเหตุผลแก่คนไข้ไป แต่คนไข้กลับไม่เชื่อ แล้วบอกกับหมอว่า มาผ่าตัดตาเกาหลีทำไมหมอไม่ผ่าให้ ผมจึงขออธิบาย ลักษณะตาแบบที่เหมาะกับ การผ่าตัดตาแบบเกาหลีให้ฟังดังนี้นะครับ


ลักษณะจมูกที่สามารถทำตาสองชั้นแบบเกาหลีได้

 

  1. หนังตาไม่หนา
  2. ไขมันหรือถุงไขมันที่เปลือกตาบนไม่เยอะ
  3. ชั้นตาไม่มี หรือเป็นชั้นตาแบบหลบใน
  4. อายุไม่เกิน 30 ปี

 

ถ้ามีลักษณะดังกล่าวถือว่าเป็นบุคคลที่เหมาะกับการผ่าตัดตาแบบเกาหลี เมื่อเขียนมาถึงตรงนี้บางคนอาจไม่ทราบว่า การผ่าตัดตาแบบเกาหลี หมายความว่าอย่างไร จึงขออธิบายสั้นๆว่า

เป็นการผ่าตัดฝังปมไหมไว้ใต้ผิวหนัง  ( Buried Suture technique ) โดยอาจจะมีแผลผ่าตัดเป็นจุดเล็ก 2-3 จุด บริเวณเปลือกตา ไม่มีการผ่าตัดเอาหนังตาออกไป แต่อาจมีการเจาะเอาไขมันบริเวณเปลือกตาบนออกตามจุดที่เจาะไว้     จากประสบการณ์ของผมพบว่า ข้อดีเพียงอย่างเดียวของ technique นี้คือ ใช้เวลาในการผ่าตัดสั้น คือแค่ 20 นาทีเท่านั้น  ส่วนข้อเสียที่พบ คือเมื่อทิ้งระยะไปประมาณ 3 -6 เดือน ชั้นตาที่ได้ค่อนข้างมีขนาดเล็กเนื่องจากหนังตาที่ไม่ได้ตัดออกจะลงปิดบังชั้นตาที่เกิดขั้น  ( จะดูสวยถูกใจอยู่ประมาณ 1 เดือนแรก )

แล้วคนไข้แบบไหนที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดตาแบบเกาหลี และลืมการศัลยกรรมตาสองชั้นแบบเกาหลีสำหรับตัวเองไปได้เลย ( Buried Suture Technique ) ก็คือคนไข้ในกลุ่มดังกล่าวนี้ครับ


1) หนังตาตกตามอายุ ( อายุ 40 ปีขึ้นไป ) จะสังเกตุได้จากเมื่อเขียน eye liner แล้ว เลอะเปลือกตา หรือเขียนได้ไม่สวยเหมือนก่อน  หรืออาจพบว่า ตาที่เคยมี 2 ชั้น กลายเป็น 3 ชั้น นั้นก็เป็นอาการแสดงหนังตาตก  หรือคนไข้บางคนอาจมีอาการขนตาแยงตา ทำให้มีอาการเคืองตาน้ำตาไหลบ่อยๆ ( ถ้ามีอาการขนาดนี้ควรรีบรักษาโดยด่วน เนื่องจากขนตาอาจก่อให้เกิด แผลบริเวณกระจกตาได้ )


ลักษณะจมูกที่ไม่เหมาะกับการทำตาสองชั้นแบบเกาหลี-1

 

2) ผิวหนังบริเวณเปลือกตาหนา และมี ถุงไขมันบริเวณเปลือกตามาก สังเกตุว่า ตาจะดูปูดๆๆ ตาโปนๆ


3)  กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง   ( Ptosis  ) ลักษณะที่เห็นบ่อยๆ คือ ตาจะดูเหมือนเศร้า ตาดูเหนื่อยๆอยู่ตลอดเวลา หรือเหมือนกับ ง่วงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งลักษณะดังกล่าวต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัด ย่นระยะกล้ามเนื้อตา หรือการผ่าตัดที่เหมาะสม


ลักษณะจมูกที่ไม่เหมาะกับการทำตาสองชั้นแบบเกาหลี-2

 

เมื่อท่านผู้อ่านทราบดังนี้ จะทำให้อย่างน้อยจะได้ไม่ยืนกราน ไปบอกคุณหมอว่า ขอผ่าตัดแบบเกาหลีเท่านั้น เพราะถ้าคุณหมอท่าน ตามใจคนไข้ แล้วผ่าตัดไปตามนั้น สิ่งที่เกิดคือได้ผลลัพธ์ที่ไม่พึงปรารถนา ขอให้คิดไว้ว่า ไม่มีวิธีการผ่าตัดตาแบบใดที่เหมาะสำหรับทุกลักษณะของตา ท่านควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีการผ่าตัดที่เหมาะกับตาของท่าน ไม่ว่าเทคนิคไหนที่ทำให้ดวงตาของท่านดูสวยขึ้น ก็น่าจะดีกว่านะครับ




read more


ผู้บริหาร BB Clinic

ผู้บริหารหญิงขอทำงานควบตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ในงานสองรูปแบบซึ่งแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ปุ๊กกี้สินีนารถ เองตระกูล นักธุรกิจผิวผ่องใบหน้าใส


ผู้บริหารหญิงขอทำงานควบตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ในงานสองรูปแบบซึ่งแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ปุ๊กกี้สินีนารถ เองตระกูล นักธุรกิจผิวผ่องใบหน้าใส บอกเล่าว่า หลังเรียนจบปริญญาโทบริหารธุรกิจ และด้วยความชื่นชอบในเรื่องบริหารจัดการเป็นต้นทุน การเริ่มต้นชีวิตการงานจึงขอเลือกศึกษาต่อทางด้าน Master Science of Ministration (Entrepreneur) สหรัฐอเมริกา และเปิดบริษัทด้านโลจิสติกส์ Friendly Groups มีคลังขนส่งสินค้าให้ซูเปอร์มาร์เก็ตค้าปลีกข้ามชาติ นี่เป็นงานในฝันก็ว่าได้ เพราะอยากเป็นนักธุรกิจบริหารการจัดซื้อจัดหา การผลิต การจัดเก็บสินค้าคงคลัง การขนส่ง โดยงานนี้มีคุณพ่อ สมใจนึก เองตระกูล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง เป็นกุนซือคนสำคัญ


และกับอีกหนึ่งงาน เปิด “บีบี คลินิก” บิวตี้เซ็นเตอร์ศัลยกรรมความงามในซอยทองหล่อ 13 สินีนารถ บอกพร้อมเสียงหัวเราะว่า แรงบันดาลใจในงานนี้เชื่อหรือไม่ว่าก็เริ่มต้นจาก “คุณพ่อสมใจนึก” เช่นเดียวกัน ความที่ท่านชื่นชอบการนวดหน้า ไม่ปฏิเสธทดลองทำเลเซอร์หน้าใส พ่อจึงแนะนำลูกสาวให้เปิดคลินิกสไตล์เกาหลีเป็นของตัวเองไปเลย


“งานโลจิสติกส์เหมาะกับความเป็นคนใจร้อนอย่างปุ๊กกี้เลยค่ะ เพราะว่าเป็นธุรกิจที่มีประสิทธิภาพเรื่องความคุ้มทุนรวดเร็วฉับไวที่สุดงานหนึ่งเลย ส่วนงานบริหารบิวตี้เซ็นเตอร์เริ่มเพราะคุณพ่อรู้จักคุณหมอมีฝีมือหลายๆ ท่านที่อยากเปิดคลินิกความงาม แล้วพ่อก็เชื่อด้วยว่าบุคลิกเฟิสต์อิมเพรสชันนิสม์จำเป็นมากต่อคนทำงาน ท่านจึงสนับสนุนให้ลูกรักสวยรักงาม ดูแลตัวเองตลอดเวลา ท่านชอบมากค่ะ (ย้ำบอกพร้อมรอยยิ้ม) อายุหกสิบกว่าแล้วนะคะ แต่ใบหน้าคุณพ่อเต่งตึงมาก (หัวเราะ) ธุรกิจนี้เริ่มต้นจากสปาส่วนตัวเล็กๆ รับแขกเฉพาะคนใกล้ๆ ตัว แล้วก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ นำเข้าเครื่องเฟซลิฟต์ยกกระชับใบหน้ามาจากอเมริกา


แน่นอนค่ะ ปุ๊กกี้กับคุณพ่อทำก่อนเป็นหนูทดลอง ไปไหนมาไหนคนก็ถาม หน้าใสลุคยังดีจังเลย จนต้องเปิดคลินิกเป็นงานเป็นการจริงจัง ปุ๊กกี้มองว่าคอเรียลฟีเวอร์มาแรงมาก จึงเลือกบีบี คลินิก เปิดบริการคนไทยไม่ต้องบินไปเกาหลี โดยเป็นอีกแบรนด์ส่งตรงจากทางเกาหลี ซึ่งส่งโนว์ฮาวให้กับแพทย์ของเราโดยตรงค่ะ” สินีนารถ อธิบายรูปแบบธุรกิจที่ควบตำแหน่งผู้บริหารหญิงในเวลานี้
ในยุคที่หญิงสาววัย (แค่) ยี่สิบก็ (รีบ) เดินเข้ามาหาคุณหมอทำเลเซอร์หน้าใส ธุรกิจนี้จึงเป็นงานที่สินีนารถกำลังสนุกสนานเป็นที่สุด


“ไม่ต้องพูดถึงโบทอกซ์ เลเซอร์ หรอกนะคะ วัยรุ่นอายุ 17-18 ปี ก็เดินเข้ามาทำทรีตเมนต์บำรุงผิวทุกๆ สัปดาห์อยู่แล้วค่ะ (บอกพร้อมเสียงหัวเราะ) เรื่องความสวยความงามวันนี้มีเครื่องมือหลายๆ แบบ ยิ่งสาวๆ ให้ความสำคัญกับผิวที่สะอาด เรื่องนี้ไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธหรอกนะคะ ปุ๊กกี้ทำงานนี้ด้วยความชอบความงาม…ตอนนี้ก็อยากทำจมูกเหมือนกันนะคะ ก็ศึกษาข้อมูลและเลือกหมอให้ดี ซึ่งมีทางเลือกหลากหลายค่ะ คลินิกของเรามีเครื่องทรีดีที่สามารถประมวลผลได้ทุกมุมว่าถ้าศัลยกรรมแล้วใบหน้าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง เราอยู่แวดวงนี้มา 3-4 ปี แต่ก็ไม่เคยทำศัลยกรรมนะคะ” สินีนารถ ผู้บริหารคนสวยบอกพร้อมรอยยิ้ม


ไม่ใช่คนคลั่งสวย แต่เชื่อและสนุกกับการได้รอบรู้ในเรื่องวิทยาการเรื่องใหม่ล่าสุดมากกว่า
“หลายคนคิดว่าเราชอบงานที่บีบี คลินิก จึงทุ่มเทให้ แต่จริงๆ ปุ๊กกี้ชอบทั้งสองงานเท่ากันค่ะ เพราะอย่างที่บอกว่าเราเริ่มต้นกับงานบริษัท Friendly Groups บุกเบิกเองมาด้วยตัวเองทุกอย่าง วันนี้ 7 ปีแล้ว และได้เฝ้ามองเห็นการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งการเริ่มต้นในปีนี้แน่นอนว่าความท้าทายก็ต้องเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจยังทรงตัว แต่ความมานะอุตสาหะอดทน…ฟังดูเป็นเรื่องเก่าๆ แต่ก็คือมอตโต้อมตะนะคะ (หัวเราะ) หลายครั้งที่
มีอุปสรรคเราก็ผ่านมาได้ก็เพราะคำคำนี้ค่ะ” สินีนารถ บอกย้ำอย่างมั่นคงด้วยน้ำเสียงมั่นอกใจมั่นใจ


ข่าว และภาพ จาก posttoday.com


read more

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสดู ราการ TV ชื่อดัง Tonight show ซึ่งได้นำ Video แสดงการผ่าตัด เสริมจมูกแบบใหม่ล่าสุดจากเกาหลี มาออกอากาศ  เลยเกิดคำถามว่า แบบนี้ใหม่ล่าสุดแล้วหรือ ???

ในความจริงที่ว่าการนำเอากระดูกอ่อนหลังหูมาใช้เสริมปลายจมูก หรือปีกจมูกนั้นมีการทำมานานแล้ว แล้วประเทศที่ทำมานานนั้นไม่ใช่ที่ไหนไกล ก็ประเทศไทยเนี่ยแหละครับ !! ซึ่งแฟนพันธ์แท้เกี่ยวกับการเสริมจมูกแบบ เกาหลีคงทราบกันเป็นอย่างดี ถ้าได้ลองหาข้อมูลการเสริมจมูกแบบเกาหลีในประเทศไทย




การเสริมจมูกแบบในรายการ Tonight show นั้น ไม่ได้มีแต่ข้อดี แต่มีข้อเสียด้วยซึ่งผมอยากจะชี้แจงดังนี้


  1. การเสริมจมูกโดยใช้กระดูกอ่อนหลังหูนั้น จะต้องสูญเสียกระดูกอ่อนข้อหูบางส่วนไป แน่นอนว่าหูมันจะไม่เหมือนเดิม
  2. ในรายที่ใบหูเล็กนั้นการใช้กระดูกอ่อนหลังหู ก็อาจทำไม่ได้ เนื่องจากปริมาณกระดูกอ่อนที่นำมาใช้เสริมปลายจมูกนั้น ไม่มากพอกับความต้องการที่จะยกปลายจมูกหรือปีกจมูกขึ้น
  3. วัสุดที่นำมาเสริมจมูก แทน Silicone ที่บอกว่า เป็นวัสดุที่มีรูพรุนเส้นเลือด และเนื่อเยื่อสามารถแทรกเข้าไปได้ที่ชื่อว่า  Gortex  นั้น ไม่ได้ดีจริงกับการนำมาใช้เสริมจมูก!! เนื่องจากโดยปกตินั้นวัสดุชนิดนี้ ทางการแพทย์นำมาใช้สำหรับทำ หลอดเลือดเทียม หรือ เอาไว้สำหรับปิดช่องท่องที่เป็นไส้เลื่อน เนื่องจากเป็นวัสดุที่อ่อนนุ่ม

เมื่อทุกท่านอ่านถึงตรงนี้อาจแปลกใจว่า อ้าวแล้วนุ่มกว่าก็ดีกว่าไม่ใช่หรอ  ?? แท้จริงแล้ว ถ้านุ่มกว่า หรือนุ่มเกินไปวัสดุชนิดนั้นไม่สามารถนำ มาใช้ขึ้นรูปทรงได้สวยงาม ยกตัวอย่างเมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน แพทย์บางท่านได้นำไขมันหน้า  ท้องมาตัดเป็นแผ่นแล้วนำมาเสริมจมูก ฮือฮาอยู่พักหนึ่งแล้วเลิกไป เพราะ มันเสริมได้จริงแต่ขึ้นรูปทรงไม่ได้ จึงไม่สวย แม้จะเหมาะกับบางคนก็ตาม


แล้วมีวิธีอื่นไหม ที่ไม่ต้องเสียหู แล้วได้รูปทรงจมูกที่สวยแบบเกาหลี ??  วิธีที่ใหม่กว่า ในรายการ  Tonight show  แน่นอนครับว่าการแพทย์นั้นไม่หยุดยั้ง แต่เนื่องด้วยข้อจำกัดของการแสดงออกในทางการแพทย์ไทย จึงไม่สามรถนำมาออก อากาศหรือรายการ TV ได้ ( แม้ปัจจุบันนี้แพทย์หลายท่านเริ่มนำ Clip ของตัวเองออกมา Show แล้วก็ตาม )


แต่ถ้าเป็นการกล่าวถึงวิธีการเสริมจมูกด้วยเทคนิคที่ใหม่กว่าและดีกว่านั้นผมสามรถอธิบายได้อย่างง่ายๆ ได้ดังนี้ครับ


  1. เราไม่จำเป็นต้องใช้จมูกอ่อนที่หูครับ เพราะกระดูกอ่อนในร่างการมนุษย์ไม่ได้มีเฉพาะที่ หู !! แต่ เราสามารถใช้กระดูกอ่อนที่จมูกได้ ??  ซึ่งได้ผลดีกว่าและเสี่ยงน้อยกว่า  เนื่องจากเป็นกระดูกอ่อนบริเวณเดียวกัน คือที่จมูกเหมือนกัน เลือดที่มาเลี้ยงก็เป็นบริเวณเดียวกัน และไม่จำเป็นต้องมีแผลผ่าตัดเพิ่มขึ้นที่หูซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็น Keloid ที่ หู  ลองดูจากรายการ Tonight Show ซิครับ เค้าตัดกระดูก หูออกมามากขนาดนั้นแล้วนำจากหูมาใส่ปลายจมูก กระดูกอ่อนที่มากขนาดนั้นจะมีเลือดมาเลี้ยงเพียงพอได้ยังงัย ? กระดูกอ่อนนั้น ต้องตายจากการขาดเลือดมาเลี้ยงบางส่วนแน่นอน  ซึ่งอาจก่อนให้เกิดการติดเชื้อจากกระดูกอ่อนหลังหูตายและเน่าได้   ( อีกอย่าง ทางรายการได้นำเสนอ เฉพาะตอนผ่าตัดนะครับ ไม่มีหลังผ่าตัดให้ดู )
  2. ปัจจุบันนี้ ได้มีการพัฒนา วิธีการผลิต Silicone ให้มีความล้ำสมัย จึงเกิด Silicone ชนิดใหม่ล่าสุด ?? ปกติแล้ว Silicone ที่เราใช้โดยทั่วไปนั้น จะแบ่งออกเป็น 4 ชนิดตามความอ่อนแข็งของ Silicone ดังนี้คือ
  1. Hard Silicone
  2. Medium Silicone
  3. Soft Silicone
  4. Ultra Soft  Silicone

ซึ่งแพทย์ส่วนใหญมักใช้ Medium silicone เพราะสามารถเหลาให้ขึ้นรูปทรงที่สวยงามได้ดีกว่า ถึงกระนั้นการที่นำ Medium Silicone มาใช้ทั้งแท่งนั้น อาจก่อนให้เกิดปัญหากับปลายจมูกได้ เช่นปลายจมูกบาง หรือ ปลายจมูกทะลุได้ เพราะ Medium Silicone จะไปดันปลายเนื้อจมูกให้บางลงได้ แพทย์หลายท่านจึงนิยมแก้ปัญหาโดย เหลาปลาย silicone ให้มนลง ทำให้ปลาย จมูกที่ได้ไม่สวย หรือแบนเกินไป ไม่ได้สวยแบบปลายจมูกแบบที่เสริมแบบเกาหลี

แล้ว Silicone ชนิดใหม่ ล่าสุดคือ อะไรละ ??  คือ Silicone ที่นำข้อดี ข้อ Medium Silicone มารวมกับ Ultra soft Silicone  โดย Silicone ส่วนที่ทำเป็น สันจมูกจะใช้เป็นลักษณะ Medium Silicone และในส่วนที่ทำเป็นปลายจมูกจะใช้ Ultra Soft Silicone ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องปลายจมูกบาง หรือ ทะลุได้ โดยสามารถคงรูปทรงจมูกที่สวยแบบเกาหลีไว้ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น การใช้ Silicone แบบใหม่ล่าสุด นั้นมีแค่ในบาง Clinic  เท่านั้น  ( BB Clinic ก็มีนะครับ ) แต่เนื่องจากยังไม่ได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ยังนำมาใช้ได้ไม่นานพอที่ทราบถึงข้อดี ข้อเสีย

ผมจึงขอทิ้งท้ายไว้ว่า เมื่อท่านดู รายการ Tonight Show แล้วเกิดความคิดที่จะเสริมจมูก ก่อนการเสริมจมูก ท่านควรตรวจสอบให้ดีถึงแพทย์ ที่ทำการผ่าตัด สถานที ที่ทำการผ่าตัด รวมถึงวัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูกว่าตรงตามความต้องการของท่าน หรือไม่   นอกจากนี้ ในวงการแพทย์แล้ว คำว่าวิธีใหม่ล่าสุดนั้น ไม่ได้บอกว่าดีที่สุด !!

read more

Polls

คุณรู้จักหรือได้ยินเกี่ยวกับ BB Clinic ครั้งแรกจากที่ไหน

View Results

Loading ... Loading ...
ติดต่อเพื่อนัดแพทย์ที่ BB Clinic ดาวโหลดบริการของ BB Clinic แผนที่ BB Clinic ร่วมงามกับ BB Clinic